วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ตู้ม้าวางเกลื่อนเต็มพื้นที่ สน.บุคโล สน.สำเหร่


ช่วงนี้
 เราจะเสพข่าวกัน จนหูอื้อ ตาลาย สารพันเกี่ยวกับคนที่ตกเป็น ทาสพนันไฟฟ้าหรือตู้ม้า” ดูดเงินประชาชน ของสน.บุคโล.สน.สำเหร่ พื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ตำรวจไม่สนใจจับกุม ไม่สนว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย กฎระเบียบต้องเป็นกฎระเบียบ แต่ไม่บังคับใช้.??

ตำรวจขับรถผ่านแต่มองไม่เห็น แต่ชาวบ้านเขาเห็น.? แต่ว่าที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่ามีการจับกุม ดำเนินคดีหรือเอาผิดเจ้าของบ่อนการพนันและตู้พนันไฟฟ้าหรือตู้ม้า ในท้องที่ดังกล่าวแต่อย่างใด เสมือนว่าเจ้าของบ่อนเหล่านั้นมีอำนาจเหนือตำรวจหรือเหนือรัฐจนไม่กล้าที่จะแตะต้องเลยหรือ


ตำรวจบางคน ทำงานแบบ “ลูบหน้า-ปะจมูก” เพราะพฤติการณ์เยี่ยงนี้ ไม่ผิดอะไรกับการ “เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” แบบนี้ไม่มีหรอก “เสียงสรรเสริญ” มีแต่ “เสียงสาปแช่ง” ไล่ตามหลังกันมาอย่างไม่ขาดสาย.??


หากหัวไม่ส่ายหางคงไม่กระดิกจริงไหม.??นายได้แต่รับ  แต่ไม่เคยยอมรับผิด จริงหรือ.??พร้อม  คอรัปชั่น  ช่วยกันปกปิดความชั่วร้าย เห็นแก่เศษเงิน เศษอาหาร หน้าที่ตำแหน่ง และการงาน หวังกอบโกย อนาคตอยู่สบาย มีอำนาจบารมี แต่ในภายภาคหน้า “เวรกรรม” จะตามสนอง” ฉิบหาย” “วิบัติ” รับกรรมที่ก่อไว้


อนาคตประเทศไทยกับ ”กฎหมายไทย ที่อยู่ในกรงขัง” จะไปข้างหน้าได้อย่างไร จะยั่งยืนได้นานแค่ไหน คนไทยและประเทศไทยที่ดูยังไร้อนาคต.!!

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566

ครอบครัวสายบุญ !!ผอ.ฟ้า นำทีมคว้า 5 รางวัล ทำประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น Thai Awards ประจำปี2566


 วันที่ 10 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (9เม.ย.) ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กทม. หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแห่งชาติ Thai Awards “สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น” ประจำปี 2566 จำนวน 10 รางวัล โดยมี ดร. อำนาจ หมัดสดาย สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) ประธานฝ่ายจัดงาน ร่วมมอบรางวัลให้กับบุคคลต่างๆหลายสาขาอาชีพตามโครงการคืนคนดีสู่สังคมกองทุนอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจของกระทรวงยุติธรรมที่จะออกสู่สังคม โครงการสมทบทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสถิ่นกันดาร และอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็กในชนบทร่วมสนับสนุนอาหารกลางวันและอาหารสำเร็จรูป “โครงการอิ่มท้องอิ่มบุญ” ให้กับศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พระยาประสาทธาตุการย์และคุณหญิงวาส(ประนิส) ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านมูเซอหลังเมือง ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 342   ขณะที่ น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี เข้ารับทั้งหมด 5 รางวัล นอกจากนี้นายชิรวิชช์ ระย้ายาว หรือปีเตอร์ (ลูกชาย ผอ.ฟ้า) เข้ารับรางวัลคนไทยบุคคลแห่งชาติ “Thai Awards” ในครั้งนี้ด้วย โดยมีรางวัลดังนี้ 1.รางวัลไทยบุคคลแห่งชาติ “Thai Awards” โครงการปณิธาน ความดี ประจำปี 2566 2.รางวัลคนดีคิดดีสังคมดี “พระกินรี” คนดีของแผ่นดิน 2566 3.รางวัล “ครุฑทอง” บุคคลแห่งชาติ 2566 4.รางวัลธุรกิจยอดเยี่ยม SQC ประจำปี 2566 และ5.รางวัลผู้นำนักบริหาร AEC LEADER TOP AWARDS 2023

วัตถุประสงค์ของการประทานรางวัลในครั้งนี้เพื่อประกาศเกียรติคุณ ถึงคุณงามความดีที่มีประชาชนและบุคลากรหลากหลายสาขาอาชีพ ที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดตามหลักเกณฑ์พิจารณาของคณะกรรมการเลือกสรรค์ และเล็งเห็นศักยภาพ ผู้มีความรู้ ความสามารถ ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคม จึงได้จัดให้มีการเข้ารับรางวัล ในครั้งนี้  

น.ส.พรทิพา กล่าวว่า การที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ก็ไม่ได้ดีใจมากมายอะไร แต่สิ่งที่ภูมิใจมากกว่าคือการที่ตนได้เข้ามาช่วยเหลือสังคมและที่สำคัญ ดร.อำนาจ เป็นคนที่พูดจริงทำจริง ในการให้ ผอ.ฟ้า เข้ามาช่วยเหลือสังคม ก็คือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการสนับสนุน เช่นโครงการอาหารกลางวัน โครงการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ ตำรวจตระเวนชายแดนทางภาคใต้ และมอบอาหารกลางวันให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้เขาทำจริงๆ โดยที่ผ่านมา ดร.อำนาจ ทำจริง ทุกครั้งที่ทำก็จะส่งข้อมูลหลักฐานมาให้อย่างต่อเนื่อง ตนคิดว่าควรที่จะสนับสนุนต่อไป การที่ ดร.อำนาจ มอบรางวัลให้กับ ผอ.ฟ้า ซึ่งตนคิดว่ารางวัลนี้ไม่ใช่ของตนเพียงคนเดียว เพราะว่าคนรอบกายเราก็เหนื่อยกับเราด้วย ถ้าเราไม่ได้พักเขาก็ไม่ได้พักเช่นกัน แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดของการรับรางวัลในครั้งนี้คือ ตน-ลูกชาย และทีมงานทุกคนได้รับรางวัลกันถ้วนหน้า แต่ว่าน้องๆเจ้าหน้าที่ก็จะมีบางส่วนที่เข้าเวรจึงต้องสลับกันมารับ ส่วนน้องปีเตอร์ ลูกชายของตน ที่ผ่านมาน้องก็ชอบทำบุญ ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นอกจากนี้น้องปีเตอร์ยังไปวัดเพื่อช่วยเหลือ นักเรียนมผู้ด้อยโอกาส ซึ่งน้องเขาก็เดินรอยตามเรา จึงทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่เราประสบความสำเร็จคือมุ่งมั่นทำความดีอย่างต่อเนื่องไม่เคยหยุดที่จะทำ ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงอายุขนาดนี้เราก็ยังทำให้เขาเห็น จนเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจที่ดี ถือเป็นการปลูกฝังลูกอีกทางหนึ่ง ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดกับตนจะต้องมีจิตใจที่เป็นสาธารณะและต้องเป็นคนที่จิตใจเหมือนเรา คือช่วยเหลือสังคม อย่าคิดว่าเรื่องของวัด โรงเรียน ผู้พิการ เด็กยากจน หรือเเม้กระทั่งสุนัขและแมว อย่าคิดไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นบทพิสูจน์ตัวเรา ถึงแม้คนรอบกายอาจจะมองข้าม แต่ตนคิดว่าถ้าเราช่วยได้ เราก็ควรยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่ทั้งนี้ต้องอย่าช่วยจนตัวเองต้องเดือดร้อน 

น.ส:พรทิพา กล่าวต่ออีกว่า ทุกวันนี้สิ่งที่จะเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าเป็นคนหรือสัตว์ ถ้าต้องการความช่วยเหลือตนก็จะรีบลงมือทำทันที เพราะความดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องทำเอง คนรอบกายของตนรู้ดีว่าเวลาที่ตนจะทำอะไรสักอย่าง ตนทำอย่างจริงจัง ซึ่งทุกคนจะทำตามด้วความเต็มใจ เพราะพวกเราศีลเสมอกัน ต่อจากนี้ตนยืนยันที่จะทำความดีช่วยเหลือสังคมต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเราสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่หรือสิ้นอายุไขไปแล้ว เราก็จะไปอยู่ในภพภูมิที่ดี หรือถ้าเราคิดที่จะเป็นผู้ให้ เราก็อย่าไปคิดหวังที่จะได้สิ่งตอบแทนกลับมา เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสิ่งตอบแทนมันจะกลับมาหาเราเอง 

นายชิรวิชช์ หรือ น้องปีเตอร์ (ลูกชายผอ.ฟ้า) กล่าวว่า วันนี้รู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก ที่ผู้ใหญ่ได้เล็งเห็นถึงสิ่งที่ตนทำไม่ว่าจะเป็นการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือมอบทุนการศึกษาและอาหารกลางให้กับเด็กยากจนแต่ขาดเเคลนทุนทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมาตนมีโอกาสเดินทางไปกับคุณแม่และได้ลงพื้นต่างๆ สิ่งที่ตนได้เห็นมีทั้งน้ำตาและรอยยิ้มของผูัที่กำลังรอรับการช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ ซึ่งตนติดภาพจำของคุณแม่ในขณะที่เข้าช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากมาตั้งแต่ยังเด็ก คุณแม่ถือเป็นฮีโร่ของตนก็ว่าได้ ตอนนี้ตนเองโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว จะขอเดินตามรอยเท้าแม่ ขอเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน สำหรับรับรางวัลบุคคลแห่งชาติ ประจำปี 2566 ถือเป็นบันไดก้าวเเรกในการทำความดี สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำแต่ความดีไม่เบียดเบียนผู้อื่น แล้วชีวิตของคุณก็จะประสพ พบเจอแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามา ขอให้มีทุกคนมีความสุข ความเจริญตลอดไป


วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566

ผอ.ฟ้า เปิดหีบโบราณพบพระสมเด็จอื้อเตรียมถวาย 3 วัดดัง ให้ชาวบ้านบูชา


วันที่ 1 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 ที่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องฟ้าให้ทีวี ต.บางคำสร้อย อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธ์ุพระราชปนัดดา ในพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) เป็นประธาน ร่วมกับ น.ส.พรทิภา สุพัฒนกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ทำพิธี เปิดหีบโบราณ จำนวน 2 หีบ ที่ได้รับตกทอดมรดกมาจากปู่ทวดซึ่งเป็นอดีตทหารเก่า เป็นผู้มีพระคุณที่นับถือกันมายาวนาน ได้มอบหมายพร้อมกำชับโดยสัญญาด้วย วาจาใจ ว่าให้เปิดหีบออกในปี พ.ศ.2565 หลังจากย่างเข้าสู่ปีพุทธศักราช 2565 แล้วทาง ผอ.ฟ้า จึงเริ่มทยอยเปิดหีบโบราณทีละใบตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2565 เรื่อยมา ซึ่งภายในหีบพบสิ่งศักดิ์สิทธ์และพระพุทธรูปโบราณ อาทิ พระสมเด็จพิมพ์ต่างๆ สมเด็จตะกั่วถ้ำชา สร้อยหยก กำไรหยก องค์พระพุทธรูปโบราณ องค์พระสังกัจจายน์ เสื้อยันต์สีเหลืองโบราณ ซึ่งหลายครั้งก็พบความอัศจรรย์หลายสิ่งอยู่ภายในหีบนั้น

จนกระทั่ง เวลา 15.30 น. ผอ.ฟ้า และ นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการหม่อมหลวง อุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า รัชการลที่ 4 ถือฤกษ์งาม ยามดี ในวันมงคล และตรงกับเป็นวันครู อีกทั้งได้มีการถ่ายทอดสดในพิธีการนี้ ผ่านสถานีดาวเทียมช่อง160 พร้อมกับบันทึกวีดีโอไว้เป็นหลักฐานในการเปิดกรุหีบโบราณอันล้ำค่าที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบรรพบุรุษ โดยมีช่างใช้เครื่องเจียรตัดกุญแจทั้ง 2 หีบออก พร้อมกับการลุ้นระทึกกับสิ่งของที่อยู่ภายใน ซึ่งหลังจากเปิดกรุหีบในครั้งนี้ก็ต้องรู้สึกตื่นตาตื่นใจอีกครั้งเมื่อพบพระสมเด็จหลากหลายพิมพ์ เป็นจำนวนหลายพันองค์

ผอ.ฟ้า กล่าวว่า จุดประสงค์ของการเปิดหีบทั้ง 2 ใบนี้คือ อยากจะต่อบุญให้กับผู้ที่สร้างพระก็คือองค์สมเด็จท่านอยู่แล้ว ตามนิมิตรที่เรานั่งสมาธิ เรารู้สึกว่าจะต้องรับหน้าที่นี้ตามสิ่งที่ได้ทำก็คือตั้งใจว่าจะนำพระสมเด็จ ที่พบในหีบ2ใบนี้ คือจะนำไปถวายให้กับทางวัดระฆังโฆสิตาราม จำนวน 3 พันองค์ วัดอินทร์บางขุนพรหม อีก 3 พันองค์ ซึ่งของเดิมที่ เคยถวายให้ใกล้จะหมดแล้ว และอีกวัดคือวัดกลางปทุมธานีจำนวน 3 พันองค์ ซึ่งตนจะไปเป็นประธานในวันที่ 2 เมษา นี้ด้วย ทั้งหมด 3 วัด ที่จะไปถวาย 3,000 องค์ เพื่อที่จะให้วัดทั้ง 3 วัด เปิดให้ลูกศิษย์ญาติโยมประชาชนมาเช่าพระแท้ในราคาที่ประหยัด เพื่อที่ทางวัดจะได้นำปัจจัยไปบูรณะวัดในส่วนที่ยังขาดแคลน ประชาชนท่านใดจะไปทำบุญ ก็เป็นบุญมหาบุญต่อยอดบุญให้กับผู้สร้างพระหรือต่อสิ่งที่เป็นสิริมงคลให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วมในการบูชาพระสมเด็จและรับบารมีในครั้งนี้พร้อมกันทุกคน


วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2566

ทำดีได้ดี !! ผอ.ฟ้า รับโล่รางวัล "เทพมเหศักดิ์” สนับสนุนผู้พิการมีงานทำ ไม่เป็นภาระครอบครัว-สังคม ประจำปี2566


วันที่ 29 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา  ภาณุพันธ์ุ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) เสด็จไปเป็นประธานในพิธีประทานรางวัล "เทพมเหศักดิ์” ประจำปี 2566 ที่ศูนย์ประชุมและอบรมสัมนา นครริมขอบฟ้า (เมืองโบราณ) ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมี น.ส.ภัสวรินทร์ กิตติโชคกุลพัทธ์  รักษาการแทนสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการจัดงาน

วัตถุประสงค์ของการมอบรางวัล "เทพมเหศักดิ์"ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้พิการมีอาชีพหาเลี้ยงตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องเป็นภาระของสังคม ครอบครัว โดยคาดหวังให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มีทั้งเจ้าหน้าที่ของภาครัฐและผู้ใจบุญจากภาคเอกชน ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลทั้งหมดจำนวน 120 คน ขณะที่นางพรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลากรภาคเอกชนที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ทางด้าน ผอ.ฟ้า กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเองเข้ามารู้จักและสัมผัสกับสมาคมนี้ ตนรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากเพราะการมอบรางวัลแต่ละครั้งจะคัดเลือกคนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมจริงๆ ตนขอยืนยันว่าไม่มีการซื้อขายรางวัลใดๆทั้งสิ้น และผู้ที่มอบรางวัล "เทพมเหศักดิ์"ในครั้งนี้คือ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ท่านเสด็จมาเป็นประธานในการประทานรางวัล จึงทำให้รางวัลนี้เป็นรางวัลที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ตนเคยได้รับรางวัลจากท่านมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้ตนรู้สึกประทับใจมากที่สุด เพราะผู้ที่ได้รับรางวัล "เทพมเหศักดิ์" จะต้องได้รับการคัดเลือกจากสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการแห่งประเทศไทย เท่านั้น ซึ่งโดยปกติทั่วไปทุกคนอาจจะคิดว่าการรับรางวัลส่วนมากจะมีการช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ต่อกัน จนกระทั่งวันหนึ่งตนมีโอกาสได้รู้จักกับนายกสมาคมคนพิการฯและรู้จักกับเพื่อนที่เป็นเลขาของหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา จึงคิดว่าเราควรจะสนับสนุนสมาคมแห่งนี้ ซี่งส่วนมากตนจะช่วยในเรื่องของงานเป็นอันดับแรก เพราะคนพิการที่เราเห็นจะมีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป เช่น บางคนมีความคิดในการหารายได้เข้ามาสู่องค์กรของเขา แต่ขณะเดียวกันผู้พิการบางคนก็ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้นเราจึงควรสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเท่าที่เราจะสามารถช่วยเขาได้ วันนี้ตนรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้  โดยนิสัยส่วนตัวจะเป็นคนที่ชอบการทำบุญและชอบช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากมาโดยตลอด หรือแม้กระทั่งเด็กเรียนดีแต่ยากจน ตนก็จะมอบทุนการศึกษา เพื่อหวังว่าโตขึ้นเด็กๆจะได้มีความรู้ติดตัวไว้ประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งตนก็จะขอทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆและขอให้ทุกคนยึดมั่นทำความดี ไม่เบียดเบียนใคร สังคมก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2566

จัดฝึกอบรม/สัมมนา นักข่าวฟรี “กลยุทธ์สู่นักข่าวมืออาชีพ รุ่นที่ 5”


เหลือ 6 ท่าน อบรมนักข่าวฟรี รุ่นที่ 5 สมาพันธ์สื่อมวลชนและช่างภาพเพื่อประเทศชาติ, สมาพันธ์ข่าวตำรวจ และสื่อออนไลน์ ร่วมกับ สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าว วิจัยและพัฒนา 

จัดฝึกอบรม/สัมมนา นักข่าวฟรี “กลยุทธ์สู่นักข่าวมืออาชีพ รุ่นที่ 5” ในวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2566 เวลา 13.00-16.00 น. ที่ ห้องประชุมสมาพันธ์ฯ อาคารออมนิ ทาวเวอร์/คอมเพล็ก Omni Tower (ชั้นใต้ดิน) ถนนสุขุมวิท 4 (ซอยนานาใต้) กทม. ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีนานา (จำกัดเพียง 45 ท่านเท่านั้น) น้ำชากาแฟฟรี จอดรถฟรี (ต้องปั๊มบัตรจอดรถฟรีเท่านั้น มิฉะนั้นต้องจ่ายค่าจอดรถเอง)

สมาพันธ์ฯ ขอขอบคุณผู้สมัครอบรม รุ่นที่1-รุ่นที่5 รวมประมาณเกือบ 300 ท่าน จากทุกสาขาอาชีพ ได้แก่ สื่อมวลชน ข้าราชการ ตำรวจ นักกฎหมาย พ่อค้านักธุรกิจ อาชีพอิสระ ยูทูปเบอร์ สื่อสังคมออนไลน์ จิตอาสา เด็กเยาวชน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ที่ให้ความสนใจ และประสบผลสำเร็จอย่างมาก จึงเปิดรุ่นที่ 5 และทุกๆเดือน อย่างต่อเนื่อง และจะเปิดรุ่นที่ 6 ในเดือนพฤษภาคม 2566 

สำหรับท่านที่มาจากต่างจังหวัด ต้องการหาห้องพัก 1 ห้อง พักได้ 2-4 ท่าน ราคาพิเศษ แล้วลงมาอบรมได้เลย ไม่ต้องหาที่พักและเดินทางให้เหนื่อย 

การสมัคร 

1.ขั้นต้น แจ้งประวัติสั้นๆ พอสังเขปนิดหน่อยของผู้สนใจ แจ้งชื่อ-สกุล อาชีพ สังกัด หน่วยงาน/บริษัทธุรกิจ ตำแหน่ง เบอร์โทร. รูปถ่ายจากมือถือครึ่งตัวในปัจจุบัน ใส่เสื้อสุภาพ 

2.พบเห็นการประชาสัมพันธ์จากสื่อไหน กลุ่มไลน์ใด ใครแนะนำมา

3.แรงจูงใจ ทำไมถึงสนใจเข้าอบรม/สัมมนา จะนำไปใช้เพื่อตนเองอย่างไร เพื่อประโยชน์แก่สังคมอย่างไร (กรุณาส่งทางไลน์ข้างล่างนี้เท่านั้น) 

4.อยู่ในแวดวงข่าว/สื่อมวลชน หรือสื่อออนไลน์ บ้างรึไม่ หรือมีประสบการณ์ แต่ไม่จำเป็น

7.สมาพันธ์ฯ จะส่งใบสมัครให้กรอกรายละเอียดสั้นๆ พอสังเขป โดยปริ๊นออกมาเขียน หรือกรอกในคอม.แล้วแต่สะดวก แล้วส่งกลับมาทางไลน์ ID Line: ponews

8.องค์กร หรือหน่วยงาน ส่งได้ไม่เกินรุ่นละ 10 ท่าน จะต้องแจ้งมาก่อนล่วงหน้า 

9.จะต้องได้รับการตอบรับยืนยันจากสมาพันธ์ฯ ก่อนเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิ์อบรมฟรี

หมายเหตุ : - สำหรับผู้เหมาะสมตามระเบียบเท่านั้น ที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าอบรมฟรี ไม่รับสมัครหน้างาน และขอสงวนสิทธิ์งดพิจารณา โดยขอความร่วมมือทุกท่าน ดังนี้

-ผู้สมัครต้องมีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ทุกสาขาอาชีพ มีร่างกายสมบูรณ์

-ผู้ส่งใบสมัครล่าช้าเกินกำหนด ซึ่งจำนวนผู้เข้าอบรมอาจจะเต็มแล้ว ต้องรอรุ่นต่อไป 

-ผู้ที่มีภาพพจน์ในสังคมไม่เหมาะสม/ผู้มีข่าวในทางเสื่อมเสีย/ข่าวในทางที่ไม่ดี หรือมีประวัติข่มขู่รีดไถ 

-ขออภัยจะต้องไม่มีรอยสักบนใบหน้าอย่างชัดแจ้ง และเต็มตามร่างกาย ในส่วนที่บุคคลอื่นมองเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความหวาดกลัว เข้าใจผิด และไม่สบายใจได้

-กรุณาแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ให้เกียรติผู้ร่วมอบรม (งดใส่เสื้อยืดคอกลม ปล่อยเสื้อลอยชาย ห้ามใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด มิฉะนั้นขอสงวนสิทธิ์งดให้เข้าอบรม และงดรับใบประกาศผู้ผ่านการฝึกอบรม/สัมมนา)       

-จะต้องได้รับการแจ้งวันเวลา แผนที่ของสถานที่ในการอบรมจากทางสมาพันธ์สื่อมวลชนและช่างภาพฯ เท่านั้น 

สนใจติดต่อ โทร. 099-612-0756  ID Line: ponews


วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566

ผอ.ฟ้า-คนบันเทิง ร่วมอวยพรวันเกิดครบครอบ 93 ปี อาฉลอง ผู้กำกับระดับตำนานที่อายุมากที่สุดในโลก


วันที่ 18 มี.ค. 66  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (17.มี.ค.)ที่ ฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ ต.บางคูวัด อ.เมือง ปทุมธานี นายฉลอง ภักดีวิจิตร ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ  93 ปี ภายในงานมีทั้งศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ลูกๆหลานๆต่างทยอยเดินทางมาร่วมงานและอวยพรวันเกิดกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และ ความความอบอุ่น นอกจากนี้ยังร่วมแสดงความยินดีที่อาฉลอง ได้รับการบันทึกสถิติระดับโลก กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ในฐานะเป็นผู้กำกับชายคนแรกของโลก ที่มีอายุมากที่สุดในโลก

ขณะที่ น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี พร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดในครั้งนี้ โดยกล่าวว่า วันนี้ตนได้นำพระสมเด็จวัดระฆัง กว่า 100 องค์ มามอบให้กับคุณอาฉลอง เพื่อนำไปแจกให้กับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทุกท่าน ซึ่งตนสังเกตเห็นรอยยิ้มของทุกคนที่ได้รับพระสมเด็จวัดระฆังในวันนี้ ต่างก็แสดงความดีใจและความตื้นตันใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ที่จะได้นำพระสมเด็จไปไว้บูชา วันนี้ถือเป็นวันที่ดีอีกหนึ่งวัน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณอาฉลอง ตนก็ขออำนาจบารมีคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงปกปักรักษาขอให้คุณอามีความสุขกาย สุขใจ สุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่ดีมีชัย แบบนี้ตลอดไป 

สำหรับผู้กำกับระดับตำนาน ฉลอง ภักดีวิจิตร ล่าสุดได้รับการบันทึกสถิติระดับโลก จาก'Guinness World Records' (กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด) เป็นผู้กำกับชายคนแรกของโลก ที่อายุมากที่สุดคือ 90 ปี สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการบันเทิงไทยเป็นอย่างมาก 

ประวัติ ฉลอง ภักดีวิจิตร ก้าวเข้าสู่วงการหนังตั้งเเต่ปี 2493 โดยเริ่มจากการเป็นช่างภาพให้กับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และยังเคยได้รับรางวัลสาขาผู้ถ่ายภาพยอดเยี่ยม เมื่อปี 2493 จากภาพยนตร์เรื่อง แสนแสบ

จากนั้น ฉลอง ภักดีวิจิตร ได้ขยับจากตากล้อง นั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อปี 2511 เรื่อง จ้าวอินทรี นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา และ พิสมัย วิไลศักดิ์ ตามด้วยผลงานการกำกับอีกมากมาย อาทิ สอยดาวสาวเดือน ฝนใต้ ฝนเนื้อ กระทั่งกระแสภาพยนตร์เพลงเข้ามา อาฉลองจึงได้สร้างเรื่อง "ระเริงชล" (ปัจจุบันนำมารีเมคเป็นละครอีกครั้ง) โด่งดังไกลสู่ตลาดสากล และรับรายได้กว่า 3 ล้านบาท และเป็นผู้บุกเบิกละครสายบู๊ แห่งช่อง 7 จนกระทั่งปี 2541 จากผู้กำกับภาพยนตร์สู่ผู้กำกับจอแก้วที่ทรงอิทธิพลมากๆในยุคนั้น กับละครเรื่อง ระย้า และ ละคร เรื่อง อังกอร์ (สร้างครั้งแรกเมื่อปี 2543 ได้รับการตอบรับจากแฟนละครอย่างล้นหลาม อีกทั้งมีกระแสความนิยมเป็นอย่างดี จึงทำให้มีภาคต่อในปี 2548 และ 2561) นอกจากนี้ยังมีผลงานละครที่โด่งดังอีกมากมายอาทิเช่น เหล็กไหล ,ชุมแพ,ทอง5,ทอง9 และ ทอง10 เป็นต้น 


วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

สายบุญห้ามพลาด !ผอ.ฟ้า ชวนเที่ยวงานประจำปี วัดอินทรวิหาร ปิดทององค์หลวงพ่อโต 1-10 มี.ค. นี้



ผอ.ฟ้า" น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล นางฟ้าสายบุญ  เปิดเผยว่า วัดอินทรวิหาร  สะพานพระราม 8 บางขุนพรหมกรุงเทพมหานคร เตรียมจัดงานเทศกาลเที่ยวงานประจำปี อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 1-10 มี.ค.66 เป็นเวลา 10 วัน 10 คืน โดยในงานเปิดให้มีการนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ปิดทององค์หลวงพ่อโต และทำบุญน้ำพุทธมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เพื่อเป็นสิริมงคลกับผู้ที่มาเที่ยวงาน

ผอ.ฟ้า" น.ส.พรทิพา กล่าวเพิ่มเติมว่า  ตนขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมทำบุญและเที่ยวงานประจำปีวัดอินทรวิหาร ในครั้งนั้ เพราะถือเป็นงานบุญได้บุญที่ยิ่งใหญ่ ไปกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลพร้อมหน้ากัน โดยงานเทศกาลนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของวัดอินทรวิหาร ซึ่งจัดขึ้นในทุกๆ ปี เป็นงานบุญประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน และสำหรับปีนี้ งานเทศกาลนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ปิดทององค์หลวงพ่อโตและทำบุญน้ำพุทธมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1- 10 มีนาคม 2566 ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆมาหมาย มีการออกร้าน การแสดง แสง สี เสียง มีร้านค้าเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหารต่างๆ ร้านหมูกระทะ เครื่องเล่น ม้าหมุน และอื่นๆ เป็นบรรยากาศแบบ งานวัด ที่มีกลิ่นอายคลาสสิคในอดีตสมัยยังเด็ก มาให้ทุกคนได้ดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆ 

ชมการประกวด ธิดาหลวงพ่อโต ชิงถ้วยพระราชทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี   การประกวดร้องเพลง- การแข่งขันกีฬาตะกร้อลอดบ่วง และฟรีคอนเสริตจากศิลปินดัง จากท็อปไลน์ไดมอนด์ ดังรายละเอียด ดังนี้

- คืนวันที่ 1 มีนาคม พบกับ บัวผัน ทังโส ประชัน เด่นชัย วงศ์สามารถ

- คืนวันที่ 2 มีนาคม น้องใหม่ เมืองชุมพร / เจเน็ท เขียว 

- คืนวันที่ 3 มีนาคม แพรวพราว แสงทอง / ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ 

- คืนวันที่ 4 มีนาคม มดแดง จิราพร , จินตหรา ท็อปไลน์ , ขาว ท็อปไลน์ 

- คืนวันที่ 5 มีนาคม ยิ่งยง ยอดบัวงาม , จันจวง ดวงจันทร์ ,ญาณิ ท็อปไลน์

- คืนวันที่ 6 มีนาคม รำวงย้อนยุคกับ แนนซี่ ท็อปไลน์ 

- คืนวันที่ 7 มีนาคม เจน นุ่น โบว์ ชุปเปอร์วาเลนไทน์ เต็มวง , และศิลปินรับเชิญดอกแค ท็อปไลน์ 

- คืนวันที่ 8 มีนาคม ชมหมอลำซิ่งศรีจัน ประชัน ตาร์ เพ็ญนภา แนบชิด

- คืนวันที่ 9 มีนาคม ชมหมอลำซิ่งรุ่นใหม่ เป้ ภานุชัย ประชันหงส์ฟ้า , บอม ธนัฐชัย 

- คืนวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งเป็นคืนสุดพบกับ ปอยฝ้าย มาลัยพร, ยายสอน ทักษิณ, ลูกแพร อุไรพร ,คำมอส พรขุนเดช

รวมถึงยังมีความบันเทิงเต็มรูปแบบ ถือ เป็นงานวัดขนาดใหญ่ ที่มีทั้ง ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ยิงเป้า ปาลูกโป่ง สนามเด็กเล่นต่างๆ และกิจกรรมอื่นๆ มากมายให้ได้สนุกสนานกันทุกคืนตลอด 10 วัน 10 คืน  น.ส.พรทิพา กล่าวเชิญชวนในท้ายสุด


ตู้ม้าวางเกลื่อนเต็มพื้นที่ สน.บุคโล สน.สำเหร่

ช่วงนี้   เราจะเสพข่าวกัน   จนหูอื้อ   ตาลาย   สารพันเกี่ยวกับคนที่ตกเป็น   ทาส “ พนันไฟฟ้าหรือตู้ม้า ”  ดูดเงินประชาชน   ของสน . บุคโล . สน...